วันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2553

เทวัญดารา

เสาร์ที่ 27 มีงาน chill fm ของคลื่น 89 งานนี้ได้ไปด้วยความช่วยเหลืร่วมมือของปุ้ย เนื่องจากบ้านที่เป็นข้าราชการและเป็นตระกูลเก่าแก่ เรื่องนี้เรารู้ได้ขณะขับรถไปหัวหินว่า นามสกุลนี้ได้มายังไง ปุ้ยเล่าว่า ที่บ้านเคยมีรูปเก่า เป็นขุนนางดูแลเรื่องเกี่ยวกับบรรณารักษ์ เป็นคนแรกที่ได้ไปเรียนบรรรณารักษ์จากต่างประเทศ รับราชการช่วงสมัยนึง น่าจะเป็นช่วง ร. 6 เป็นต้นไป

รถแคมรี่ไฮบริทที่สุดแสนจะประหยัดน้ำมัน ปุ้ยสามารขับไปถึงได้ แม้จะไม่มีใครรู้ทางเลยแต่ก็งมๆกันไป ขาไปนั้นเหนื่อยมาก เช้าก่อนเดินทางเพิ่งจะพาปู่ไปหาหมอต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 หน้าตาที่โทรมบวกกับสิวขึ้นอย่างผิดปกติ ชนิดที่ว่าถ้ามันคือเห็ดที่งอกออกมาตอนหน้าฝน ก็คงเอาไปขายได้เลย ไม่รู้ว่าทำไม

ระหว่างทางเราก็ได้ฉายาใหม่ว่า เยอะ ไม่รู้ว่าทำไม เหมือนทุกคนจะรู้สึกดีมากที่ได้ตั้งฉายาให้ และเป็นที่สนุกปากกันมาก สาเหตุเรื่องนี้มาจากที่ พวกปุ้ยต้องขับรถมารับหน้าหมู่บ้าน แต่เหตุนั้นคือว่า พวกปุ้ยมาช้ากว่ากำหนดการถึง 3 ชม. นัดกันไว้ตอน 5-6 โมงเย็นกว่าจะมาก็สองทุ่ม เหตุเพราะพวกนั้นแต่งตัวช้ากว่าจะทำหน้าทำผม ไปหัวหินกลางคืน ยังกับจะไปเดินจับผู้ชายเข้าห้องนอน

ไม่รู้ว่าทำไมพวกตุ๊ดถึงได้ทำไรไม่แคร์คนอื่นนัก เจอเพื่อนปุ้ยคนอื่นที่ไม่มีคนรู้จัก ก็บอกว่าเรื่องทั้งหมดเกิดจาก เราคนเดียวที่ทำไรช้าคนิื่นคงเข้าใจว่าอีนี่ทำไรชักช้าตลอด แต่คนพูดไม่ได้แคร์เลย ทำเหมือนเป็นเรื่องปกติ ที่ชั้นจะพูดไรก็ได้ ใครเข้าใจผิดไรไปก็ไม่แคร์

ไปถึงที่พักนั้นช่างสวยงามแต่น้อยกว่าที่คาดหวังไป ดีที่ปีก่อนหน้านั้นไม่ได้ไป มันสวยงามแต่ไม่มีความเป็นมืออาชีพ คือห้องนอนยังมีฝุ่น แม้จะเป็นฝ่นธรรมชาติก็ตามแต่มากเกินปกติ น้ำร้อนที่ควบคุมยากไม่ร้อนไปก็เย็นไป สระน้ำขนาดไม่ใหญ่อย่างที่คิด และ ไม่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากนัก

เรื่องเด่นๆแทบจะไม่มีไรเลย นอกจากว่า สินแฟนเก่าปุ้ยมาด้วย ขอตามมานอนห้องที่เหลืออีกห้อง มากับแฟนใหม่ คนที่เท่าไรก็ไม่รุ้ ปุ้ยก็พร่ำพูดว่า ขอให้มันเป็นเอดส์ตาย สินมาพร้อมกับเพื่อนอีกคนนึง เป็นพนักงานบริษัทแกรมมี่ ทำหน้าที่เกี่ยวกับ การดูแลงานคอนเสิร์ต ส่วนแฟนใหม่นั้นเป็นเจ้าของร้านเสื่อ กุลองดู เห็นบอกว่ามีชื่อ แต่ก็ไม่แปลกจากที่ปุ้ยบอก สินคบแค่คนมีเงินเท่านั้น

สินเป็นคนหน้าตาดี ตาเจ้าชู้ สูงตัวใหญ่ออกจะท้วมนิดเดียว ดูผู้ชายๆ แฟนตัวเท่าๆกับเราแต่กล้ามชัดมาก ดูไกลๆเหมือนใหญ่กว่า หน้าตาดี รวย ทำไมคนไม่ดีจับแฟนที่รวยๆได้ตลอดเวลา ใครๆก็ยอมจ่ายให้มันเื่อแลกตัวมา ตอนที่นินทานั้นเอง อั้มก็บอกว่า แฟนเค้าก็ดูดีกว่าเธอ(เรา)ทุกด้าน เหรอ ทำไมมันต้องมาเปรียบเทียบเรา?

ปุ้ยเล่าให้ฟังว่า สิน มันทำอย่างนี้รอบที่สอง สาม แล้ว คือ มาพักในนามปุ้ยนอนฟรี พาคนมาเยอะๆแล้วก็กลับไป เป็นว่าสินคือคนที่มีหน้ามีตาใหญ่โต แปลกที่ปุ้ยยอมทุกครั้ง ลึกๆแล้วปุ้ยเองคงยังหวังจะให้กลับมาอยู่ กลับมาแบบไม่มีเงื่อนไข

ตอนกลับก็เช่นกันโดนกัดตลอดทาง สรุปทริปนี้นอกจากเหน่อยนอนไม่พอแล้ว ยังไปให้โดนกัดตลอดทางอีกด้วย ไม่เข้าใจว่าไปทำไม สิวก็ยังมาเรื่อยๆ ว่าพรุ่งนี้ต้องไปฟิตเนส ไปหาหมอสิว ไปเอาเอกสารที่มหาลัย

ตอนกินข้าวเย็น มาร์คส่งชื่ิอผู้ชายคนนึงมาให้แอดไปทางเฟสบุคบอกไม่มีแฟน แนะนำให้คุยกันดู ผลคือ แฟนมันเล่นเฟสบุคแทนแล้วมาคุยด้วย ท่าทางมาร์คจะสนุกมาก เดาอย่างชั่วๆคือ มาร์คอยากได้เองแต่ให้เราไปคุยให้ หรือไม่ก็คงสนุกมากมั้ง

แปลกพอไปคุยกับใครก็โดนว่าเยอะโน่นนี่ พอไม่คุยไม่ทำไรกับใครก็ว่าหยิ่ง น่าแปลกมากทำไรก็ผิดไปหมด แล้วนี่คราวนี้มันเรื่องอะไรกันละ ใครจะมาว่าอะไรอีกถ้ามีใครรู้เข้า

วันศุกร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2553

ชิลออนเดอะบีช 1

ฤดูร้อน มีนาคม 2010 เอ ... ฤดูร้อนหรือ อย่างไรก็ตามวันนี้อากาศเย็นลง 3-4 องศา c เนื่องจากความกดอากาศทำให้เกิดพายุโซนร้อน ซึ่งอันที่จริงน่าจะเกิดมาตั้งนานแล้ว เพราะสองสามสัปดาห์ก่อนมีข่าวว่าจะมพายุ และ อากศร้อนอย่างล้นเหลือ ชนิดว่าแม้ไปทะเลก็ไม่สามารถเล่นน้ำได้เลย เนื่องจากมันไม่คุ้มที่จะเดินไปที่หาดแล้วเอาขาแช่น้ำทะเลอุ่นๆ

เช้าวันนี้ตื่นตั้งแต่ตี 4 เป็นความยากลำบากที่ต้องตื่นแต่เช้ามากๆ ผิดปรกติ และเมื่อคืนก่อนนี้ ก็นอนไม่เต็มอิ่ม ไม่เข้าใจว่า ทำไมช่วงนี้เวลานอนแล้วต้องมีคนมาเคาะห้องเพื่อเอาของไม่เป็นสาระด้วย หลังจากตื่นและพาปู่ไปโรงพยาบาลเรียบร้อย ในระหว่างที่นอนรอนั้นก็มีคนมากวนเป็นช่วงๆ ทำไมไม่มีมารยาทกันมั่งเลย

เย็นวันนี้จะไปงานชิลออนเดอะบีช ด้วยความอุปถัมภ์ของเพื่อนรัก ที่อุตส่าห์หาตั๋วและที่พักจนได้ แต่ทายไว้ล่วงหน้าเลยว่า จะต้องหลงกันเป็นนาน เพราะว่าไม่มีใครรู้ทางไปอย่างแน่นอน และ ที่พักก็เป็นที่ใหม่ซึ่งห่างจากที่ๆไปประจำอีกเช่นกัน

พรุ่งนี้ถึงจะมี ชิลออนเดอะบีช คืนนี้หวังว่าจะได้นอนเต็มที่ซะที หวังว่าอย่างนั้นนะ เอาละไปอาบน้ำดีกว่า ใกล้ได้เวลานัดแล้ว เดี๋ยวจะมีเรื่องพาลให้อารมณ์เสียนอกจากเรื่องนอนไม่พอ

หลังจากเซฟบทความนี้ .. ก็บีบีไปหาเพื่อนว่า จะมาถึงกี่โมง เวลาขณะนี้ 6.30 ยังไม่ถึงบ้าน คำนวณได้เลยว่ามาถึงที่นี่คงสักเกือบสองทุ่ม อาจจะหาไรกินกันก่อน ดังนั้น กว่าถึงหัวหินคงเกือบสักเที่ยงคืน ไม่รวมหลงทาง ยอดมาก ดีที่ห้องนอนมีสี่ห้องคนที่มา เจ็ดคน หมายความว่า เป็นไปได้ที่จะขอนอนคนเดียว อย่างน้อยสักคืนนึง

แต่ใครจะบอกได้ว่าไปแล้วจะเจออะไรบ้าง มันไม่ใช่อย่างที่คิดแน่ๆ

วันพุธที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2553

แปลกดีทุกครั้งที่เวลาอยากจะเขียนอะไรสักอย่าง มันมักจะนึกออกในตอนที่ไม่ได้นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์กับหน้ากระดาษเปล่าๆ บรรทัดแรกที่จะต้องเขียนลงไปเป็นเรื่องที่ยากที่สุด เพียงแต่ว่าลองหันหลังปิดคอมพิวเตอร์สะบัดตูดออกไป ความคิดมันจะไหลออกมาจากไหนไม่รู้ หรือในหัวสมองคนมันมีความรู้สึกพิเศษ ยิ่งเวลานอนบนเตียงมืดๆ ที่นอนนุ่มๆ ผ้าห่มไหมpasaya ไม่ มันจะนอนไม่หลับถ้าไม่ได้ทำไรก่อนนอน เช่น โทรศัพท์ เล่นคอม แล้วเรื่องที่อยากจะเขียนพรรณาก็จะออกมา

บ่อยครั้งเหลือเกินที่เวลาเห็นหนังสือดีๆสักเล่ม หนังคมๆสักเรื่องแล้วได้แต่สงสัยว่า เค้าใช้เวลานานมั้ยในการใช้คำพูด ในชีวิตประจำวันคนพูดกันยังงี้เหรอ แน่นอนว่าไม่ใช่เราคนนึงละ นอกเสียจากตอนแซวกันในกลุ่มแต่ออกจะเป็นเชิงด่าซะมากกว่า

ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมามีเรื่องน่าอัพเดทมากมายกับบลอคที่ไม่มีคนอ่านเพราะไม่ได้เผยแพร่ที่ไหนนี้ ไม่รู้ว่าจะคลิกเผยเพร่ไปทำไม น่าจะเปลี่ยนเป็นคำว่า flush it? forget it? สองสามอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ ไม่รุ้ว่าจะเร่มจากอะไรก่อนดี ตั้งแต่เรื่องงาน ยันไปถึงเรื่องชาวบ้าน

แรก เรื่องงาน ช่วงที่ผ่านมางานไม่เป็นสุขเลย เวลานอนกับช่วงตื่นเริ่มกลับมาสู่รูปแบบเดิมคือ หลังเที่ยงคืน ละไม่ก่อน เก้าโมงเช้า เกินไปสัก สอง นาทีก็ยังดี เวลาทำงานคือช่วง สิบโมงถึง สี่โมงเย็น ดูเป็นงานสบายๆง่ายๆ ดันนั้นมันมักจะมาคู่กับคำแดกดันว่า "ดีเนอะ งานสบาย เงินก็ดี รับสมัครคนงานเพิ่มมั้ย" คำตอบคือ "ไม่!" ทำไมคนเรามักจะมองว่าความสบายอยู่ที่ เงินกับเวลา ทั้งที่จริงๆแล้วมีอะไรมากกว่า โดยเฉพาะเงิน ไม่ได้มากกว่าที่อื่นเลย แม้จะอาหารกลางวันฟรีก็ตาม และเราก็เลือกไม่ได้ว่าจะทานอะไร

สอง ความรัก สาม คาราโอเกะ การรวมกลุ่มแปลกๆ

วันพุธที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2553

โชคชะตา

จริงๆได้เขียนเรื่องอื่นไปแล้ว แต่ไม่ได้เอาลงเพราะรู้สึกว่าไม่ได้มีประโยชน์อะไรที่จะทิ้งไว้ มันไม่มีสาระไรพิเศษนอกจากบ่นรำพึงรำพันอันหาสาระข้อสรุปไม่ได้ อันที่จริงหัวข้อวันนี้ก็ไม่ต่างอะไรกันซักเท่าไร แต่ก็น่าจะลงไว้ เป็นหัวข้อที่บ่นกับตัวเองมาตลอด

เดือนนี้คือเดือนมีนาคมใกล้เวลาจะไปเรียนต่อแล้ว ปัญหาที่สำคัญประการแรกเลย คือ ยังไม่สามารถเลือกได้ว่าจะไปเรียนอะไรที่ไหนดี ที่ว่าเลือกไม่ได้นี้ ไม่ใช่ว่าไม่สามารถเลือกเมืองที่จะไปอยู่ไม่ได้ แต่ไม่สามารถเลือกคณะกับมหาลัยที่จะไปเรียนได้

โดยปกติแล้ววิธีการเลือกมหาลัยแต่ละคนก็แตกต่างกันไป ตั้งแต่เลือกจากอันดับหนึ่งถึงห้า เลือกจากเมืองที่จะอยู่ หรือ เลือกจากความชอบ สิ่งแวดล้อมและเพื่อน อันที่จริงผมไม่มีตัวเลือกเลย เมืองเท่านั้นที่ไม่ลังเลเลยว่าจะไปที่ไหน แต่ตัวมหาลัยนี่สิ

ส่วนตัวแล้วไม่อยากเรียนคณะเดิมๆกับปริญญาตรี แต่จะย้ายไปเรียนคณะอื่น ก็มีข้อจำกัดเรื่องประสบการณ์และสายที่เรียนมา ไม่สนับสนุนการเรียนต่อ อีกวิธีคือ ไปเรียนต่อด้านที่อยากเรียนไม่ใช่ปริญญาโทแต่จบมาก็ใช้งานได้เหมือนกัน ดีกว่า เรียนด้านที่บอกว่ามีปริญญาโทแต่น่าเบื่อซ้ำซาก

ทีนี้ในรัฐไทยเองกลับนิยมชมชอบการจัดลำดับชั้นทางสังคม ฐานะ การศึกษา หน้าตา ยศตำแหน่ง เคยได้ยินมาว่า ไทยเองนี่แหละเหยียดชนชั้นยิ่งกว่าอินเดียแค่ไม่ยอมรับแบบเปิดเผยเท่านั้น สุดท้ายก็ต้องกลับมาไทยไม่ใช่หรือ เอ.. จะเลือกอะไรดีละ

ประการต่อมาคือ ค่าใช้จ่าย เป็นเรื่องน่าตลกอย่างนึงที่ว่า บ้านผมจัดว่ามีฐานะและโอกาสจะไปเรียนต่อมากที่สุด แต่กลับเป็นคนสุดท้ายในชั้นที่ได้ไป(อาจจะ) เนื่องจาก ค่าใช้จ่ายที่พ่อมองว่าไม่จำเป็น ดังนั้นทุนการไปเรียนต่อจึงไม่มาก (อันนี้คงไม่ต้องใช้ประโยค ยอดนิยมมาหักล้างว่า เฮ้ย เพื่อนกุยังทำได้เลย ไม่มีเงินสักบาทบินหนีไปเลย ยังได้ปริญญามาเลย) ผมเคยได้ฟังคนแนะนำมาหลายอย่าง เพื่อให้ประสบความสำเร็จ

ตั้งแต่ ไปแล้วทำงานอย่างเดียวเกาะเพื่อนเรียน จนกระทั่งทำงานอย่างหนักนอนวันละสามชั่วโมง สุดท้ายผมก็ยังกลับมาตั้งจ้นใหม่แต่แรกว่า จะทำอย่างไร บางทีตัวเลือกที่ดีที่สุดคือ เรียนน้อยๆแต่เก็บเงินมากๆเพื่อกลับมาลงทุนในไทยดีกว่า

(ต่อ)

วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2553

Weekend

Alice's Adventures in Wonderland (commonly shortened to Alice in Wonderland) is an 1865 novel written by English author Charles Lutwidge Dodgson under the pseudonym Lewis Carroll. It tells the story of a girl named Alice who falls down a rabbit hole into a fantasy world populated by peculiar and anthropomorphic creatures. The tale is filled with allusions to Dodgson's friends. The tale plays with logic in ways that have given the story lasting popularity with adults as well as children. It is considered to be one of the most characteristic examples of the "literary nonsense" genre, and its narrative course and structure have been enormously influential, especially in the fantasy genre.


วันก่อนได้ไปดูหนังเรื่องนี้ที่ CTW มาแม้จะไม่ได้อ่านหนังสือมาก่อนแต่ก็พอมีพื้นอยู่บ้าง ต้องบอกว่าหนังทำได้ดีมาก (จินตนาการเวอชั่นธรรมดาว่าประหลาดแล้วหนังนี่ไม่แพ้กัน) แต่ทำไม ดูๆไปรู้สึกว่าชอบ ราชินีโพธิ์แดง เหลือเกินในหนังเป็นตัวละครที่ใช้ชีวิตได้ครีเอทมากๆ โดยเฉพาะเอาหมูมารองเท้า ในทางตรงข้ามเกลียด ราชินีสีขาว มากยังกับ เลดี้กาก้ามาเกิด ท่าเดินท่าอะไร เห็นแล้วอยากเข้าไปตบสักที
หลังจากหนังจบแล้วใช้เวลานานทีเดียวในการช่วยเพื่อนเลือกของเข้าคอนโด ตั้งแต่ เครื่องซํกผ้า ยันที่นอน เนื่องจากทนไม่ไหวเลยนั่งอ่าน ประวัติต้นรัชกาลที่ 6 รอไปด้วย น่าเสียดายที่มีแค่เล่มเดียวเพราะจริงๆ สันนิษฐานกันว่ามี 4-6 เล่ม แต่ที่เหลือได้ถวายเข้าวังหมดแล้ว เหลือแค่เล่มแรก ซึ่งแค่เล่มแรกก็เลือดอาบแล้ว ตามภาษาวัยรุ่น คือ มีประเด็นให้คิดต่อและถกเกียงกันมากอยู่ ร.เองได้มีราชบันทึกไว้ประมาณว่า เห็นมั้ยใครๆก็มองฉันแต่ภายนอกแล้วก็เข้าใจฉันผิด หลายๆประเด็นน่าจะทำให้เกิดการคิดใหม่ว่า ช่วงนั้นการเมือง รวมถึงเรื่องในราชสำนักอาจจะไม่เป็นอย่างที่เห็น แต่สุดท้ายบันทึกรายวันนั้นก็เป็นการเขียนให้บุคคลนึงเก็บไว้ อาจจะมีเที่ยงตรงตามวิสัยมนุษบ้าง กลายเป็นว่ามีไรให้คิดอย่พอสมควรแต่ก็ยังไม่มีไรเป็นเรื่องราวออกมาให้เขียน
วันนี้ว่าจะจัดการรูปเขียนให้ใกล้เสร็จเข้าไปอีก ค้างเติ่งมานานแล้ว ตอนนี้ต้องการรูปดอกไม้ในแจกันอย่างรุนแรง จะหาที่ไหนได้นะ


วันพฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2553

4 seasons


วันนี้เป็นวันเกิด vivaldi ผู้แต่งเพลง four season (บังเอิญเหลือบไปเห็นสัญลักษณ์ที่ google เป็นรูปไวโอลิน เป็นฤดูต่างๆ เลยสงสัยว่าเกี่ยวไรกับ vivaldi แน่ๆและแล้วก็เจอ
ในเวบไซต์ว่า "Antonio Lucio Vivaldi (March 4, 1678 – July 28, 1741) was a Venetian baroque composer, priest, and famous virtuoso violinist. He was born and raised in the Republic of Venice. The Four Seasons, a popular series of four violin concerti, is his best-known work and is representative of the baroque period in European art music." Vivaldi's music was innovative. He brightened the formal and rhythmic structure of the concerto, in which he looked for harmonic contrasts and innovative melodies and themes; many of his compositions are flamboyantly, almost playfully, exuberant.(*)
ในขณะที่อัพบลอคนี้ก็กำลังฟัง spring อยู่นั่นเอง

มีเหตุการณ์อัพเดทเล็กน้อย พรุ่งนี้น้องสาวเป็นคนพากงไปหาหมอที่รพ. รอดตัวไปเนื่องด้วยพรุ่งนี้เป็นเวรผมตื่นตีสี่เพื่อไปรับแล้วพาไปยังรพ.สมิติเวช คงไม่มีใครทราบว่าช่วงคริสมาสที่ผ่านมากงเข้ารพ.ก่อนจะอยู่ยาวหนึ่งเดือน เป็นจังหวะที่ผมจะได้ของขวัญคริสมาสชิ้นใหญ่ที่สุดในชีวิต กงก็ดันมาเข้ารพ.ซะก่อน ตอนนั้นมีไข้แล้วเพ้ออยากกลับบ้าน ใช้ความยากลำบากมากในการหลอกล่อ(คำนี้น่าจะเหมาะกว่า)ให้อยู่ต่อ กงชี้หน้าแล้วโวยวายว่า "ถ้าไม่ให้กลับบ้าน จะไม่ซื้อโรเลกซ์ให้" โอ้ ช่างเยี่ยมเสียนี่กระไร แต่ยังไงกงสำคัญกว่านาฬิกาอยู่แล้ว จนตอนนี้กงหายดีแล้ว แต่ก็เพลียมาก เนื่องจากอายุ 85 พอป่วยหนักนี่หายแล้วก็ฟื้นช้ากว่าธรรมดาเนื่องด้วยอายุอยู่แล้ว เป็นอันว่าอดไป และเหมือนกงจะลืมไปแล้วด้วย ฮ่าๆๆ

เย็นร่นน้องที่รร.เก่าแวะมาที่บ้าน ขากลับดันขับรถชนคันหน้าได้ ไม่ชนมานานมากแล้วนอกจากอะไรเล็กๆน้อยๆเช่น ประตูบ้านที่กดรีโมทแล้วมันไม่เปิด(โง่ไปเลย) วันนี้เบรคไม่ทันสอยไปจังๆ แปลกตัวเองว่า ทำไปได้ไง คือกำลังเลี้ยวซ้ายแล้ว รถคันหน้ามันสมควรจะไปเพราะรถไม่ติดเลย แต่ไม่มันจอดเราก็ดูขวา อัดไปเต็มๆเลย

เอาละบ่นเรื่องทั่วไปแล้ว วันนี้บอร์ดการเมืองมีความเคลื่อนไหวของนักวิชาการ เกษีรออกมาพุดเกี่ยวกับการตีความของศาลว่าถูกต้อง แฟร์ อละ ดีแล้วเพราะปชต.จัดการไม่ได้ทางตัน ปฏิวัติสำคัญ ที่สุด เป็นการดูถูกคนไทยมาก ว่าหาทางออกไม่ได้ ทหาร ศาล เท่านั้นที่ทำได้ ในช่วงท้ายมีการต่อว่า อ.สมศักดิ์ ทั้งๆที่เป็นอ.มธ.เหมือนกัน แต่หาได้มองตัวเองไม่ว่ายุดยืนต่างกัน อุดมการณ์ไม่เหมือนกันไม่ใช่มุมมองต่างกัน จะเอามาถกกันได้อย่างไร ในเมื่ออีกฝ่ายมองว่าปฏิวัติถูกที่สุด อีกฝ่ายไม่เอาปฏิวัติ ตอนท้ายบทความอ.ใจ แปลก คราวนี้ไม่พูดว่า สองไม่เอาดีที่สุด แต่เป็นว่าสองไม่เอาปลอม คือ พูดไปยังงั้น ตามสไตล์คนชั้นกลางและสูง
แต่ทุกทีอ.จะสับทักษิณอย่างเดียว คราวนี้กลับข้ามไป

โดยส่วนใหญ่ผมจะหาข้อมูลคร่าวๆจาก wiki ดังนั้นจึงไม่ชอบฟังมากๆที่จะบอกว่า เวบไซต์เชื่อถือไม่ได้ เคยมีเพื่อนคนนึงพูดว่า เฉพาะวิทยานิพนธ์และหนังสือเรียนสำหรับเด็กจุฬาเท่านั้นที่เชื่อถือได้ นอกนั้นไม่ถือว่าอ้างอิงได้ ไม่รู้ปัจจุบันคนพูดไปไหนแล้ว จบครุจุฬาพร้อมนิติจากรามและเรียนโทมศวด้านครุในขณะเรียนตรี อัจฉริยะมาก

วันอังคารที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2553

Tribute

Claude Monet(November 1840 – 5 December 1926)was a founder of French impressionist painting, and the most consistent and prolific practitioner of the movement's philosophy of expressing one's perceptions before nature, especially as applied to plein-air landscape painting.The term Impressionism is derived from the title of his painting Impression, Sunrise *


ศิลปินที่เป็นแรงบันดาลใจให้เรียนวาดรูปสีน้ำมัน ดังนั้นมันเลยกลายเป็นนิสัยว่าจะทำอะไรมักจะเกี่ยวกับคนๆนี้เสมอ ถ้าทำได้ เมื่อเริ่มเขียนบลอคมันก็คงเป็นการดีที่จะลงข้อมูลคร่าวๆว่า ศิลปินที่ชื่นชอบเป็นใครก่อนจะเริ่มเขียนเป็นเรื่องเป็นราว

เย็นวันนี้ได้ฝากน้องคนนึงตั้งกระทู้ในเวลบอร์ดให้(ดูได้จากลิ้งค์คิดว่าคหาได้ไม่ยากว่าตั้งกระทู้ไหน) สังเกตุว่า น่าจะไปหัดการใช้ภาษามาอย่างยิ่ง น้องคนนั้นตั้งได้ดีอ่านแล้วได้ใจความ ซึ่งเป็นการลำบากอยู่มากที่ส่งคำถามชนิดงงๆ ที่ยังไม่รู้ว่าต้องการอะไรให้น้องเค้าโพสต์ให้ต้องขอบใจด้วย

วันนี้อ่านเวบๆนึงแล้วเกิดคำถามใหม่ ที่พยายามประติดประต่อภาพว่า ช่วงนั้นเป็นกันอย่างไร แต่คงต้องใช้เวลาเสียก่อน