วันพุธที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2553

โชคชะตา

จริงๆได้เขียนเรื่องอื่นไปแล้ว แต่ไม่ได้เอาลงเพราะรู้สึกว่าไม่ได้มีประโยชน์อะไรที่จะทิ้งไว้ มันไม่มีสาระไรพิเศษนอกจากบ่นรำพึงรำพันอันหาสาระข้อสรุปไม่ได้ อันที่จริงหัวข้อวันนี้ก็ไม่ต่างอะไรกันซักเท่าไร แต่ก็น่าจะลงไว้ เป็นหัวข้อที่บ่นกับตัวเองมาตลอด

เดือนนี้คือเดือนมีนาคมใกล้เวลาจะไปเรียนต่อแล้ว ปัญหาที่สำคัญประการแรกเลย คือ ยังไม่สามารถเลือกได้ว่าจะไปเรียนอะไรที่ไหนดี ที่ว่าเลือกไม่ได้นี้ ไม่ใช่ว่าไม่สามารถเลือกเมืองที่จะไปอยู่ไม่ได้ แต่ไม่สามารถเลือกคณะกับมหาลัยที่จะไปเรียนได้

โดยปกติแล้ววิธีการเลือกมหาลัยแต่ละคนก็แตกต่างกันไป ตั้งแต่เลือกจากอันดับหนึ่งถึงห้า เลือกจากเมืองที่จะอยู่ หรือ เลือกจากความชอบ สิ่งแวดล้อมและเพื่อน อันที่จริงผมไม่มีตัวเลือกเลย เมืองเท่านั้นที่ไม่ลังเลเลยว่าจะไปที่ไหน แต่ตัวมหาลัยนี่สิ

ส่วนตัวแล้วไม่อยากเรียนคณะเดิมๆกับปริญญาตรี แต่จะย้ายไปเรียนคณะอื่น ก็มีข้อจำกัดเรื่องประสบการณ์และสายที่เรียนมา ไม่สนับสนุนการเรียนต่อ อีกวิธีคือ ไปเรียนต่อด้านที่อยากเรียนไม่ใช่ปริญญาโทแต่จบมาก็ใช้งานได้เหมือนกัน ดีกว่า เรียนด้านที่บอกว่ามีปริญญาโทแต่น่าเบื่อซ้ำซาก

ทีนี้ในรัฐไทยเองกลับนิยมชมชอบการจัดลำดับชั้นทางสังคม ฐานะ การศึกษา หน้าตา ยศตำแหน่ง เคยได้ยินมาว่า ไทยเองนี่แหละเหยียดชนชั้นยิ่งกว่าอินเดียแค่ไม่ยอมรับแบบเปิดเผยเท่านั้น สุดท้ายก็ต้องกลับมาไทยไม่ใช่หรือ เอ.. จะเลือกอะไรดีละ

ประการต่อมาคือ ค่าใช้จ่าย เป็นเรื่องน่าตลกอย่างนึงที่ว่า บ้านผมจัดว่ามีฐานะและโอกาสจะไปเรียนต่อมากที่สุด แต่กลับเป็นคนสุดท้ายในชั้นที่ได้ไป(อาจจะ) เนื่องจาก ค่าใช้จ่ายที่พ่อมองว่าไม่จำเป็น ดังนั้นทุนการไปเรียนต่อจึงไม่มาก (อันนี้คงไม่ต้องใช้ประโยค ยอดนิยมมาหักล้างว่า เฮ้ย เพื่อนกุยังทำได้เลย ไม่มีเงินสักบาทบินหนีไปเลย ยังได้ปริญญามาเลย) ผมเคยได้ฟังคนแนะนำมาหลายอย่าง เพื่อให้ประสบความสำเร็จ

ตั้งแต่ ไปแล้วทำงานอย่างเดียวเกาะเพื่อนเรียน จนกระทั่งทำงานอย่างหนักนอนวันละสามชั่วโมง สุดท้ายผมก็ยังกลับมาตั้งจ้นใหม่แต่แรกว่า จะทำอย่างไร บางทีตัวเลือกที่ดีที่สุดคือ เรียนน้อยๆแต่เก็บเงินมากๆเพื่อกลับมาลงทุนในไทยดีกว่า

(ต่อ)